top logo

บทความ

ภาพประกอบ : thebookof


จองตั๋วกลับบ้านด่วน

อยากจองตั๋วรถทัวส์กลับบ้านไหม รีบเลยก่อนตั๋วเต็ม คลิ๊กเลือกด้านล่าง จ่ายที่7-11 ได้!!

เพียงเลือกตัวเลือกการเดินรถ แล้วกด>>ENTERที่คีย์บอร์ดของคุณ หรือคลิ๊กที่ปุ่ม "ค้นหาเที่ยวรถ"

ย้อนรอยความอยู่รอดของกล้องดิจิตอล

Post by Admin , writed by Admin, April 30, 2021.
thailand socail


ตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการมีภาพถ่ายสวยๆเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวเน็ตไปเสียแล้ว เนื่องจากมีการเข้ามาของโซเชียลมีเดีย ทำให้ต่างคนต่างอยากจะอวย สวย อวดรวย อวดของหรืออะไรก็แล้วแต่  


เมื่อก่อนการมีกล้องถ่ายรูปเก๋ๆ เอาไว้ถ่ายรูปเวลาไปเที่ยว เป็นสิ่งที่คนมีอันจะกินเขาทำกัน คนส่วนใหญ่ตอนนั้นไม่มีกล้องดิจิตอลราคาแพง และมือถือสมัยนั้นก็ยังถ่ายรูปไม่ได้ หรือถ้าได้ก็ห่วยเอามากๆ


ปัจจุบันอะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป กล้องใหญ่ๆ หลายๆ เลนส์ก็เปลี่ยนมาเป็นมือถือกันหมด ซึ่งว่ากันตรงๆ คุณภาพที่ได้จากกล้องมือถือสมัยนี้ก็เทียบเคียงกับกล้องดิจิตอลได้ ไม่ห่างชั้นกันมากเหมือนเมื่อก่อน แถมสะดวกกว่ามากในการพกพา




เมื่อก่อนกล้องมือถืออาจจะมีเลนส์เดียว ไม่สามาถถ่ายภาพได้หลากหลายเหมือนกล้องดิจิตอล ที่ราคาแพงๆ ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้หลายประเภท


แต่เทคโนโลยีมันตามกันทันได้ ตอนนี้มือถือหลายๆยี่ห้อ มีเลนส์หลายเลนส์ให้เลือกสรรค์ใชัได้สะดวก เอาที่สบายใจกันได้เลย

แถมไม่ต้องเปลี่ยนให้ยุ่งยาก แค่เปลี่ยนฟังค์ชั่นในมือถือก็สามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้หลากหลาย เมื่อก่อนกล้องมือถือไม่สามารถถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้


แต่ตอนนี้สามารถทำได้แล้ว และตอนนี้การตกแต่งภาพก็สามารถทำได้เลย ไม่ต้องโหลดรูปมาลงคอมพิวเตอร์เหมือนพวกกล้องดิจิตอลขนาดใหญ่ๆ


แต่เชื่อเถอะว่า สาวๆ ต้องใช้งานประกอบกับตัวมือถือที่เจ้าตัวมีอยู่อย่างแน่นอนๆ


บริษัทโอลิมปัส ก็เป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบกับเทคโนโลยีทีเ่ปลี่ยนแปลงไป เช่นกัน


บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตกล้องตัวแรงเมื่อปี 2479 หลังผลิตกล้องจุลทรรศน์เืพ่อทางการแพทย์และการศึกษามานาน ก่อนจะมาต่อยอด พัฒนาธุรกิจกล้องอย่างในปัจจุบัน


แต่เมื่อไม่นานมานี้ ทางบริษัทได้ทำการขายธุรกิจกล้องที่ตัวเองปั้นมากับมือ ออกไปเสียแล้ว (หลายๆคนอาจจะเคย หรือ มีกล้องของโอลิมปัส มาไม่มากก็น้อย)


หลังจากดำเนินกิจการมากว่า 84 ปี เนื่องจากแบกรับการขาดทุนไม่ไหว เหตุเพราะขาดทุนต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี ด้วยเหตุผลที่คนเราหันมาเล่นกล้องดิจิตอลกันมากขึ้นนั้นเอง


แต่ในร้ายยังมีดีอยู่บ้าง เนื่องจากบริษัท โอลิมปัส ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในนาม MOU กับองค์กรของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า Japan Industrial Partners, Inc (JIP) ที่ก่อนหน้านี้เคยซื้อกิจการ Vaio จากบริษัท โซนี่ (ก็ว่าคอมVaio มันหายไปไหน)


บริษัท Japan Industrial Partners (JIP) เป็นองค์กรที่ทางภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นตั้งขึ้น เพื่อทำการช่วยเหลือนักธุรกิจและนักลงทุนของญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาในการดำเนินการด้านธุรกิจ คล้ายๆกับ บริษัท Temasek Holding ของประเทศสิงคโปร์


ขออย่าถามเรื่องของประเทศไทย อย่าหวังว่ามันจะมี (เวรกรรมของประเทศนี้จริงๆ)


โดย จำเข้าไปดำเนินการซื้อธุรกิจที่ประสบปัญหา ทางสภาพคล่องทางธุรกิจโดยจะเน้นที่บริษัทที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ในตลาดบางส่วนเพื่อให้แบรนด์นั้นยังคงอยู่ต่อไป


การโอนธุรกิจได้เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปี 2563 แล้ว โดยการถ่ายโอนเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้า ศูนย์บริการโอลิมปัส ยังคงดำเนินการตามปกติ และฝ่ายบริการลูกค้ายังคงให้บริการและจัดกิจกรรมออกร้านตามงานต่างๆเหมือนเดิม


ส่วนบริษัทโอลิมปัส จะกลับไปที่จุดเริ่มต้นทำการพัฒนากล้องจุลทรรศน์ ที่มีคู่แข่งน้อยราย ดำเนินการผลิตและพัฒนากล้องจุลทรรศน์ที่มีคุณภาพ เพื่อการปฎิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ต่อไป


ย้อนกลับมามองที่ประเทศไทย เรายังไม่มีบริษัท หรือกองทุนที่มาซัพพอร์ตหรือสนับสนุนในส่วนนี้ ปล่อยให้เอกชน สตาร์ทอัพ ต่างๆหาแหล่งเงินทุน พอไปๆ แต่ปริ่มๆขาดใจ จนสุดสายป่าน ก็ไม่มีมือมาจับ ฉุดขึ้นมาจากทะเลธุรกิจอันบ้าคลั่ง


ประเทศเราเลยไปไม่ถึงไหนสักที่ ดีแต่ทะเลาะกันเรื่องวัคซีน กับนับจำนวนคนติดเชื้อ กับกฎหมายที่ออกมารายวัน จนเจ้าพนักงาน ตำรวจ หมอ พยาบาลปฎิบัติตามกันแบบ งงๆ ถูกบ้างผิดบ้าง


ธุรกิจกำลังดีๆ เจอพายุโควิตซัดที่แทบจมหาย ฝากท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งบริษัท มาซัพพอร์ต ทรัพย์สินทางปัญญา หรือบริษัท ที่เชิดหน้าชูตาสักที


แล้วเมื่อไรจะมี สตาร์ทอัพ ยูนิคอร์น ...... ตอนนี้แค่ม้าน้อยโพนี่ ยังนอนซมหายในโรยริน



Tag