top logo

บทความ

ภาพประกอบ : thebookof


ฝุ่น(pm2.5)เต็มบ้านลูกหลานจะเป็นอย่างไร

Post by Admin , writed by Admin, Febuary 4, 2019
Social Environmental PM2.5

ไม่ไหวๆ ฝุ่นเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ตอนนี้จากปัญหาฝุ่นละอองทั่วไป กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว ฝุ่นพวกนี้ร้ายกาจมาก เข้าสู่ร่างกายของเราผ่านระบบทางเดินหายใจและเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มความเสื่ยงเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังอื่นๆ ลองกลับมาดูมาตรฐานเกี่ยวกับฝุ่นกันหน่อย มาตรฐานปัจจุบันเราใช้มาตรฐานของกรมควมคุมมลพิษและนอกจากกรมควบคุมมลพิษแล้วยังมีมาตฐานระดับโลกอย่าง องค์กรอนามัยโลกหรือ WHO



เกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศของเรากำหนดว่า ถ้ามีฝุ่นละอองขนาดเล็ก110-200 จะกำหนดเป็นสีส้ม(หากเกินกว่านี้จะกำหนดเป็นสีแดง) แต่องค์กรอนามัยโลก กำหนดไว้ว่าหากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกิดกว่า 150จะเป็นสีแดง ซึ่งจากมาตรฐานนี้เราจะเห็นว่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษต่ำว่ามาตรฐานสากล หรือองค์กรอนามัยโลกมาก


รัฐบาลไม่เป็นห่วงประชาชนหรืออย่างไร ออกมาเตือนเราว่าวิกฤตฝุ่นค่อนข้างรุนแรง แต่จริงๆ คนทั่วโลกมองว่ารุนแรงมาก!!!


อันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 ร้ายแรงขนาดไหน เรามาดูกันก่อนว่ามันก่อให้เกิดโรคร้ายแรงอะไรได้บ้างกันดีกว่า


  • โรคหลอดเลือกในสมอง
  • มะเร็งปอด
  • ปอดอุดกั้น
  • ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
  • หัวใจขาดเลือด
  • โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
  • ตาอักเสบ
  • โรคระบบทางเดินหายใจ
  • อื่นๆ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือเด็กๆ เพราะเด็กๆ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อันตรายที่สุด เพราะเด็กเล็กๆ ไม่แข็งแรงเหมือนผู้ใหญ่ เด็กที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรม เช่น จังหวัด สมุทรปราการ สมุทรสาคร ระยอง หรือแม้แต่ในเขตกรุงเทพมหานครเอง หากอยู่ในย่านใจกลางเมือง ก็จะมีความเสี่ยงสูง การทำกิจกรรมกลางแจ้งของเด็กๆ ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน


ปอดของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ภูมิคุ้มกันก็เช่นเดียวกัน มีน้อยกว่าและอ่อนแอ การได้รับฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดโรคในระยะยาว ยิ่งหากเด็ก มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด อาจส่งผลให้โรคกำเริบมากยิ่งขึ้น



แล้วเราจะดูแลบุตรหลานของเราได้อย่างไร?


สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันการหลีกเลี่ยงพาเด็กออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านหรือ พื้นที่ที่มีฝุ่นสูง อาจเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนัก หากจำเป็นควรให้เด็กสวมหน้ากาก N95 เราสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศ จาก application Air4thai ของกรมควบคุมมลพิษ หรือ airvisual ได้


สำหรับเด็กๆแนะนำให้เสริมภูมิคุ้มกันด้วยการรับประทานผักและผลไม้ ออกกำลังกายในบ้าน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย หากลูกน้อยมีอาการ แสบจมูก น้ำมูกไหล ไอเรื้อรัง แนะนำให้รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาให้ละเอียดต่อไป



ตอนนี้เราก็เห็นแต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยการรดน้ำบ้าง พรมน้ำบ้าง เมื่อไรบ้านเมืองเราจะจริงจังกับปัญามลภาวะและแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุเสียที หวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะพึ่งพาได้ เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต




Tag